สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักเมืองแพรกศรีราชานี้เหมือนกัน "ตะลอนเที่ยว" จะพาไปทำความรู้จักพร้อมๆกัน โดยเมือง "แพรกศรีราชา" นี้ เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีชื่อปรากฏในศิลาจารึกกรุงสุโขทัย หลักที่ 1 และในเอกสารโบราณอื่นๆ แต่ต่อมาในสมัยหลังชื่อเมืองนี้เลือนหายไป แต่มีผู้สันนิษฐานว่าเมืองนี้ก็คือ เมืองสรรคบุรี ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งด้านตะวันตกของแม่น้ำน้อยในเขตจังหวัดชัยนาทนั่นเอง | ||||
ในวันนี้เราได้มาเยี่ยมเยียนเมืองแพรกศรีราชา หรือที่ตอนนี้คือตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี ในจังหวัดชัยนาทนั่นเอง ที่แห่งนี้ยังคงหลงเหลือโบราณสถานหลายแห่งด้วยกันที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ใน อดีตของเมืองแพรกศรีราชา โดยจากตำแหน่งที่ตั้งของแพรกศรีราชาที่ตั้งอยู่ตรงชายแดนของสามแคว้น คือ แคว้นสุโขทัยทางเหนือ แคว้นอโยธยาหรือละโว้ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ และแคว้นสุพรรณภูมิทางด้านตะวันตกและด้านใต้ จึงพบการผสมผสานของศิลปกรรมแบบลพบุรี อู่ทอง และสุโขทัย จนกลายมาเป็นศิลปกรรมในแบบของตัวเองซึ่งไม่พบในเมืองอื่น ๆ ซึ่งรู้จักกันในนาม ศิลปะอู่ทอง หรือสุพรรณภูมิ-อโยธยา อันเป็นศิลปะก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยานั่นเอง | ||||
เมื่อมาที่วัดมหาธาตุแล้วต้องไม่พลาดชมสิ่งน่าสนใจอย่างพระปรางค์ ทรงมะเฟืองบนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ซึ่งมีความเพรียวระหงคล้ายปรางค์กลีบมะเฟืองที่วัดมหาธาตุเมืองลพบุรี เป็นลักษณะศิลปะอู่ทองตอนปลาย บนองค์ปรางค์มีซุ้มจรนำทั้งสี่ทิศ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา ทำด้วยปูนปั้น มีลักษณะแบบบางสะโอดสะอง และที่เชิงกลีบมะเฟืองขององค์ปรางค์มีเทพพนมประดับ นอกจากนี้ก็ยังมีหมู่เจดีย์รายข้างพระวิหารที่เป็นศิลปะอู่ทองงดงาม เช่น เจดีย์แปดเหลี่ยม มีฐานซ้อนเป็นชั้นๆ มีซุ้มประดิษฐานพระยืนแปดทิศในซุ้มเรือนแก้วโค้ง ค่อยๆชมรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของเจดีย์แต่ละองค์ก็เพลิดเพลินได้มาก นอกจากนั้นแล้วที่วัดมหาธาตุนี้ยังมีพระอุโบสถรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และพระเจดีย์ที่เหลือเพียงส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมสูงซ้อนกันหลายชั้น แต่ส่วนใหญ่พังทลายลงไปมากจนไม่เห็นถึงสภาพที่แท้จริง และยังมีพระวิหารซึ่งเป็นอาคารขนาดเก้าห้อง ที่ตอนนี้เหลือเพียงเสาแปดเหลี่ยมยอดบัวจงกล และผนังบางส่วนเท่านั้น | ||||
ติดๆ กับวัดมหาธาตุนั้นยังมีวัดร้างที่ถือเป็นโบราณสถานอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ "วัดพระยาแพรก" ซึ่งยังคงหลงเหลือพระวิหาร และพระเจดีย์ประธานทรงกลมบนฐานแปดเหลี่ยม ประดิษฐานพระพุทธรูปให้เราได้ชมกัน | ||||
และวัดที่พลาดไม่ได้อีกแห่งหนึ่งก็คือ "วัดพระแก้ว" หรือวัดพระแก้วเมืองสรรค์ ที่แต่เดิมมีชื่อว่าวัดป่าแก้ว เป็นวัดของคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี ซึ่งต่อมามีคนพบพระพุทธรูปองค์เล็กขนาดเท่าปลายนิ้วมือทำด้วยแก้วจากใน เจดีย์ จึงเรียกกันติดปากว่าวัดพระแก้วต่อมา เพราะมีสิ่งที่สำคัญคือองค์สถูปเจดีย์ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของศิลปะ อู่ทองที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะแบบปาละของอินเดีย มีลักษณะเด่นคือฐานเป็นสี่เหลี่ยมสองชั้น ชั้นสามเป็นทรงแปดเหลี่ยม เหนือขึ้นไปเป็นองค์ระฆังต่อยอดด้วยเจดีย์ทรงกรวยกลม ในแต่ละชั้นจะมีซุ้มพระพุทธรูปยืนประดิษฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ โดยอาจารย์ น. ณ ปากน้ำ บรมครูทางด้านศิลปะไทยถึงกับยกย่องว่าสถูปวัดพระแก้วเมืองสรรคบุรีนี้เป็น "ราชินีแห่งเจดีย์" ในประเทศไทยเลยทีเดียว | ||||
จากอำเภอสรรคบุรี มาที่อำเภอเมืองกันบ้าง ที่ "วัดพระบรมธาตุวรวิหาร" โบราณ สถานที่สร้างก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา แล้วมาซ่อมแซมภายหลัง เพราะจากหลักฐานศิลาจารึกที่อยู่ติดกับฝาผนังวิหารด้านหลังติดกับองค์พระ ธาตุเจดีย์ กล่าวถึงการเฉลิมฉลองบูรณปฏิสังขรณ์วัดในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ภายในวัดมีพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเป็นศิลปะอู่ทอง มีลักษณะเป็นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมลดระดับขึ้นไปต่อกับระฆังคว่ำ และทั้งสี่ด้านมีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก และยังมีเจดีย์เล็กจิ๋วประดับอยู่บนเจดีย์พระบรมธาตุคล้ายกับเจดีย์แบบศรี วิชัย ภายในองค์เจดีย์ใหญ่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ เมืองมาแต่โบราณ | ||||
ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ นั้นมีข้าวของโบราณน่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะพระพุทธรูป ทั้งพระพิมพ์สมัยต่างๆ ตั้งแต่สมัยทวาราวดีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ รวมไปถึงเครื่องสังคโลก เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ ฯลฯ ตั้งแต่สมัยทวาราวดีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ | ||||
| ||||
จังหวัดชัยนาทอยู่ ห่างจากกรุงเทพฯ ไปประมาณ 194 กิโลเมตร การเดินทางขับไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ไปประมาณกิโลเมตรที่ 50 จะมีทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ไปประมาณกิโลเมตรที่ 183 จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ไปจังหวัดชัยนาทอีก 10 กิโลเมตร |
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

0 Response to "เยือนชัยนาท อันซีนเมืองประวัติศาสตร์ ยลราชินีแห่งเจดีย์ ที่ "แพรกศรีราชา""
Post a Comment