ถนนข้าวสารยามราตรีที่คึกคักอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่เคยไปสัมผัสกับฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แต่ว่ากระแสฟุตบอลโลกฟีเวอร์ในแต่ละครั้ง ถือว่าไม่เป็นรองประเทศไหนๆ โดยเฉพาะการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านจอแก้วให้ชมกันทุกนัดทุกคู่โดยไม่มีโฆษณา คั่นนั้น นับว่าเมืองไทยเราช่างโชคดีเสียนี่กระไร

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตามสถานที่ต่างๆเต็มไปด้วยสีสันและบรรยากาศของ การเชียร์ฟุตบอลโลก(ถ่ายทอดสด)ผ่านจอแก้วที่สนุกสนานคึกคักโดยเฉพาะตามแหล่ง ท่องเที่ยวยามราตรีทั้งหลาย

บรรยากาศความคึกคักของร้านอาหารที่ถ่ายทอดสดบอลโลกผ่านทีวีจอยักษ์
สำหรับที่บริเวณ"ถนนข้าวสาร" แหล่งรวมชาวต่างชาติแหล่งใหญ่แห่งสยามประเทศก็นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งฟุตบอลโลก 2006 ที่สุดแสนจะคึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร่วมดื่ม กิน ชม และเชียร์ฟุตบอลโลกกันอย่างสนุกสนาน ที่หากว่า เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่า มาเห็นบางทีอาจจะมอบถ้วยรางวัล แชมป์เชียร์บอลโลกสำหรับชาติที่ไม่ได้ไปบอลโลกให้กับประเทศไทยก็เป็นได้

ตกแต่ง ปรับร้าน รับกระแสบอลโลก

กระแสฟุตบอลโลกฟีเวอร์ที่ย่านถนนข้าวสาร ทำให้หลายๆร้านหันมาปรับแต่งร้านรับฟุตบอลโลกกันถ้วนทั่วหน้า

คาซึ แฟนบอลแดนปลาดิบ
ร้านมูนไชน์บาร์ ในปั๊มน้ำมันตรงข้ามกับวัดชนะสงคราม ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีการปรับร้านให้รับกับกระแสบอลโลกฟีเว่อร์ในครั้งนี้

แอ้ว สาวหุ้นส่วนเจ้าของร้านมูนไชน์บาร์ เล่าว่า ช่วงนี้ร้านของเขาเหมือนกับเป็นร้านเบียร์ขนาดใหญ่ เพราะได้มีการติดตั้งจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดยักษ์ เอาไว้ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกทุกคู่ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามานั่งดื่มเครื่องดื่ม หรือกินอาหาร จะได้ดูการแข่งขันฟุตบอลโลกไปด้วย

"ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ร้านลงทุนควักกระเป๋าซื้อเครื่องฉายโป รเจ็กเตอร์ขนาดยักษ์มาไว้ใช้ ลูกค้าจะได้ชมฟุตบอลโลกกันอย่างเต็มตา ซึ่งหากคิดคำนวณดูแล้วก็ยังคุ้มค่ากว่าการไปเช่าเครื่องนานถึงเดือนครึ่ง อีกทั้งยังเก็บไว้ใช้ถ่ายทอดฟุตบอลแมตช์อื่นๆ อย่างพีเมียร์ลีก หรือ ลีกอื่นๆ ที่มีตลอดทั้งปีได้อีก"

เรียกว่างานนี้ลงทุนครั้งเดียว แต่กลับไว้ใช้งานได้อีกนาน แถมยังเป็นการเรียกลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะว่าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือว่าชาวต่างชาติ ต่างก็นิยมเข้ามาใช้บริการร้านอาหารที่มีการถ่ายทอดฟุตบอลลงไปผืนผ้าใบจอ ยักษ์แบบนี้ทั้งนั้น

บอลโลกที่ข้าวสาร ทีมเชียร์นานาชาติ

สำหรับหนึ่งในกองเชียร์ที่สร้างสีสันให้กับถนนข้าวสารก็คือบรรดากอง เชียร์ต่างชาติที่ใช้เวลาว่างจากการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทย พากันมานั่งติดขอบจอทีวี เชียร์บอลกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะเมื่อทีมชาติของตัวเองลงแข่งขัน

ฟรังซัวร์ มาอิลลาร์ด คอบอลชาวสวิตเซอร์แลนด์
ฟรังซัวร์ มาอิลลาร์ด ครูหนุ่มชาวสวิตเซอร์แลนด์ เป็นผู้หนึ่งที่คลั่งไคล้การเชียร์ฟุตบอลเป็นอย่างมาก ขนาดที่ว่าสวมใส่เสื้อยืดสีแดงที่รูปกากบาทสีขาวอยู่ตรงกลางทั้งด้านหน้า และ ด้านหลังของเสื้อ เพื่อบ่งบอกว่าเขาเป็นคนสวิสและเชียร์ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์อย่างสุดใจ และติดตามดูทีมจากแดนนาฬิกานี้ทุกแมตช์ที่ลงแข่งขัน ได้เล่าให้ฟังว่าเขารู้ข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่า ทีวีไทยจะมีการถ่ายทอดฟุตบอลโลกครบทุกแมตช์ โดยไม่มีโฆษณาคั่นระหว่างการแข่งขัน ซึ่งเหมือนกับที่สวิตเซอร์แลนด์ที่จะมีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ทั่วๆ ไปเช่นกัน อีกทั้งยังมีโฆษณาแค่ตอนพักครึ่งเท่านั้น

"ที่สวิตเซอร์แลนด์ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยออกมาเชียร์กันตามร้านอาหาร เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่จะไม่มีทีวี คนส่วนมากจะเลือกเชียร์ฟุตบอลกันตามบ้าน อยู่กับครอบครัว หรือเพื่อนๆ ที่นัดกันมาร่วมเชียร์กันมากกว่า ไม่เหมือนกับบรรยากาศการเชียร์ตามร้านอาหารในเมืองไทย"

หนุ่มสวิสรายนี้ได้วิเคราะห์การเชียร์บอลของนักเชียร์บอลชาวไทยว่า บางคนที่เฝ้าติดตามการแข่งขันบอลในทุกๆ แมตช์ เพราะพวกเขาอาจจะพนันให้กับทีมนั้นๆ เลยอยากให้ทีมชนะ การเชียร์เลยไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ฟรังซัวร์ย้ำว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะพนันกันได้ แต่ก็อย่าให้มันมากนัก ถึงแม้ว่าผู้คนในประเทศของเขาก็มีการพนันบอลเช่นกัน แต่ต้องพนันกับสถานที่รับพนันของรัฐบาลเท่านั้น หากไปพนันกับคนทั่วๆ ไปผิดกฎหมายเช่นกัน

จอห์น ฟิลลิป หนุ่มแคนาดาวัย 27 ปี ที่เดินทางมาไทยเป็นครั้งแรก พร้อมกับแฟนสาว ที่เลือกนั่งกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ไปพร้อมกับการชมฟุตบอลโลกอยู่ในร้านอาหารเล็กๆ ในข้าวสารแห่งนี้ บอกว่า เขารู้สึกตื่นเต้นเมื่อรับรู้ว่าโทรทัศน์ของไทยถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก ทุกแมตช์ โดยไม่มีโฆษณาคั่น ซึ่งแตกต่างไปจากที่แคนาดาบ้านของเขา ที่หากใครอยากดูการแข่งขันแบบเต็มๆ ก็ต้องติดเคเบิลทีวี และหากเป็นตามร้านอาหารต่างๆ ที่มีการถ่ายทอดสดนั้น ในประเทศแคนาดาก็จะมีแต่เมืองใหญ่ๆ เท่านั้นที่ตามร้านอาหารจะมีคนมาร่วมชมฟุตบอลกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เหมือนกับที่ข้าวสารในเมืองไทยนี้เลย ที่มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติออกมานั่งกินอาหารและเชียร์บอลปด้วยกัน

คาซึ หนุ่มชาวญี่ปุ่นวัย 26 ปี เป็นนักท่องเที่ยวคอบอลอีกหนึ่งคนที่ได้พูดคุยด้วย เขาได้เล่าให้ฟังว่า ตัวเขาเองดีใจแทนทีมชาติญี่ปุ่นเหมือนกันที่ได้เข้ารอบมาร่วมแข่งขันฟุตบอล โลกในปี 2006 นี้ด้วย ซึ่งตัวเขาเองถึงจะไม่ได้ตามไปเชียร์ถึงประเทศเยอรมันก็ตามที แต่ก็ได้เชียร์อยู่ที่ข้าวสาร ในเมืองไทย


"ผมมาเที่ยวที่เมืองไทย และตรงกับช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกพอดี เลยใช้ช่วงเวลานี้ร่วมเชียร์ทีมของชาติผมเอง อย่างแมตช์แรกที่ญี่ปุ่นลงสนาม ผมและเพื่อนๆ อีกหลายคนไปร่วมเชียร์กันอย่างสนุกสนานในร้านอาหารแห่งหนึ่งบนถนนข้าวสารนี้ แต่น่าเสียดายที่ทีมชาติญี่ปุ่นของผมไม่สามารถผ่านเข้ามาเล่นรอบสองได้ ซึ่งถึงแม้จะเสียใจ แต่ตัวผมยังขอเป็นแฟนพันธุ์แท้ตามไปเชียร์ทุกแมตช์แน่นอน" คาซึ แฟนบอลแดนปลาดิบ กล่าว

นับได้ว่ากระแสฟุตบอลโลกฟีเวอร์ 2006 ที่"ถนนข้าวสาร" บ้านเรามีสีสันแห่งความคึกคักสนุกสนาน โดยเฉพาะในคืนที่ทีมเต็งหรือทีมมหาอำนาจลูกหนังลงแข่งขัน รวมถึงทีมในเอเชียอย่างเกาหลีและญี่ปุ่นที่ลงแข่งขันถนนข้าวสารจะคลาคล่ำไป ด้วยกองเชียร์นานาชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลโลกเป็นมหกรรมอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติอย่าง แท้จริง