ขบวนเรือพระราชพิธีความงามที่ยังคงอยู่ ก่อกำเนิดเป็นเส้นทางเที่ยวขึ้นมา
แม้งานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ว่าความปราบปลื้มใจและประทับใจยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจของชาวไทยทุกคน

ตามรอยขบวนเรือพระราชพิธี

สำหรับหนึ่งในไฮไลท์อันโดดเด่นของงานนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น "การแสดงขบวนเรือพระราชพิธี"ใน แม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าวาสุกรีไปถึงวัดอรุณฯ ซึ่งทั้งในวันซ้อมย่อย ซ้อมใหญ่ และวันจริง ที่ไม่ว่าจะฝนตกแดดหนักหรือแดดออกจ้าก็จะมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอคอย ชมความงามกันอย่างหนาแน่นตลอดเส้นทาง แต่เมื่อสิ้นสุดงานพระราชพิธีแล้วบางคนที่อยากชมความงามของเรือพระราชพิธี อย่างใกล้ชิดก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเสียทีเดียว

แต่ถึงแม้ว่าขบวนเรือพระราชพิธีจะผ่านพ้นไป แต่เมื่อความประทับใจยังคงอยู่ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จึงได้จัดกิจกรรมล่องเจ้าพระยา "ตามรอยเสด็จทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธี"ขึ้น เพื่อให้ผู้สนใจได้ไปเที่ยวตามรอยขบวนเรือพระราชพิธี

โดยเรือนำเที่ยวจะออกจากท่ากองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร(ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า) ไปแวะท่าวาสุกรี จุดเริ่มต้นของขบวนเรือพระราชพิธี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ชมทิวทัศน์ของสะพานพระราม 8 และสวนสาธารณะรัชกาลที่ 8 ก่อนที่เรือจะพาไปทัศนศึกษาเรือพระราชพิธีในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี

จากนั้นเรือจะมุ่งหน้าสู่ราชนาวิกสภา ซึ่งใช้เก็บเรือพระราชที่นั่ง(ชั่วคราว)ไปจนถึงวันที่ 15 ก.ค. 49 ก่อนที่จะนำกลับไปเก็บยังพิพิธภัณฑ์ฯเรือพระราชพิธีดังเดิม

เรือพระที่นั่งจะจัดแสดงอยู่ ณ ราชนาวิกสภา ไปจนถึงวันที่ 15 ก.ค. นี้
ที่ราชนาวิกสภา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความงดงามของเรือเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำที่ใช้ในการแสดงขบวนเรือพระราชพิธีอย่างใกล้ชิด นั่นก็คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์, และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช รวมถึงเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นประเภทเรือคู่ชักเบื้องขวาและเบื้องซ้าย

นอกจากนี้ที่ราชนาวิกสภา วิทยากรจะนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ระเบียงชั้นบนของอาคารที่ในช่วงงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปีมีความสำคัญมากเพราะเป็นจุดทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธีส่วนภายในตึกก็มี ห้องรับรองพระราชอาคันตุกะ ซึ่งก็ยังหลงเหลือร่อยรอยให้เห็น คือพระเก้าอี้ที่ประทับ ที่ในขณะนี้ได้ถูกทางราชนาวิกสภาเก็บรักษาไว้ภายในห้องกระจกเป็นอย่างดี ส่วนฝั่งตรงข้ามก็เป็นทิวทัศน์อันงดงามของพระบรมมหาราชวัง

ส่วนขากลับนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ 2 ฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีพระปรางค์วัดอรุณฯ และวัดระฆังเป็นจุดที่น่าสนใจ

ราชนาวิกสภาหนึ่งในสถานที่สำคัญในการชมขบวนเรือพระราชพิธี
ณ ราชนาวิกสภา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความงดงามของเรือเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำที่ใช้ในการแสดงขบวนเรือพระราชพิธีอย่างใกล้ชิด นั่นก็คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์, และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช รวมถึงเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นประเภทเรือคู่ชักเบื้องขวาและเบื้องซ้าย

นอกจากนี้ที่ราชนาวิกสภา วิทยากรจะนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ระเบียงชั้นบนของอาคารที่ในช่วงงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปีมีความสำคัญมากเพราะเป็นจุดทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธีส่วนภายในตึกก็มี ห้องรับรองพระราชอาคันตุกะ ซึ่งก็ยังหลงเหลือร่อยรอยให้เห็น คือพระเก้าอี้ที่ประทับ ที่ในขณะนี้ได้ถูกทางราชนาวิกสภาเก็บรักษาไว้ภายในห้องกระจกเป็นอย่างดี ส่วนฝั่งตรงข้ามก็เป็นทิวทัศน์อันงดงามของพระบรมมหาราชวัง

ส่วนขากลับนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ 2 ฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีพระปรางค์วัดอรุณฯ และวัดระฆังเป็นจุดที่น่าสนใจ

พระเก้าอี้ที่ประทับของพระราชวงศ์และพระราชอาคันตุกะที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในราชนาวิกสภา
อนึ่งในกิจกรรมเที่ยวตามรอยเรือพระราชพิธีในครั้งนี้ รณวัฒน์ เอมะสิทธิ์ จาก กองการท่องเที่ยวกทม. ได้มาทำหน้าที่วิทยากรพิเศษบรรยายสิ่งที่น่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งเขาเล่าว่า การมาลงเรือเที่ยวตามรอยขบวนเรือพระราชพิธีนั้น นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ซึมซับกับบรรยากาศอันน่าจดจำแล้ว ยังมีโอกาสยลความงดงามของวิถีชีวิตริมน้ำตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงภาพของสถานที่สำคัญต่างๆที่สามารถชมได้ตลอดสองฝั่งเจ้าพระยา

"สำหรับหน้าที่ของวิทยากรพิเศษนั้น ผมต้องทำการบรรยายข้อมูลความรู้ของสถานที่สำคัญๆต่างๆ ที่เรือจะล่องผ่าน ซึ่งต้องเริ่มจากข้อมูลทั่วไปก่อน เช่น เมื่อเรือผ่านตรงพระที่นั่งบรมราชสถิตมโหฬาร ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ใหม่ ก็ต้องอธิบายว่ามีความสำคัญกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างไร นอกจากนี้ยังต้องอธิบายถึงภาพรวมของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักก่อนว่า เราจะพาผ่านจุดไหนบ้างและเมื่อเราล่องเรือมาถึงราชนาวิกสภา เรือก็จะหยุดแวะให้นักท่องเที่ยวขึ้นฝั่ง เพื่อชมสถานที่ทอดพระเนตรขบวนเรือที่นี่จะมีวิทยากรพิเศษจากกองทัพเรือ คอยให้ความรู้และจะพาเดินชม ทั่วบริเวณราชนาวิกสภา"รณวัฒน์ กล่าว

พระที่นั่งจักรีฯในพระบรมมหาราชวังหนึ่งในสถานที่สำคัญในเส้นทางตามรอยอาคันตุกะ
ตามรอยพระราชอาคันตุกะ

สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเส้นทางหนึ่งในช่วงงานฉลองสิริ ราชสมบัติ 60 ปี ก็คือเส้นทางท่องเที่ยว ตามรอยพระราชอาคันตุกะ ที่ทางททท.จัดขึ้นในชื่อ"ตามรอยราชอาคันตุกะ" ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ (วันเดียวเท่านั้น) จำนวน 2 รอบ คือเที่ยวแรกเวลา 09.00น.และอีกเที่ยวในเวลา 09.30 น.โดยจะเดินทางด้วยรถปรับอากาศ เพื่อไปสัมผัสกับความงดงามของสถานที่ ที่ใช้เป็นรองรับพระราชอาคันตุกะ อาทิ เที่ยวชมซุ้มเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จำนวน 31 ซุ้มในเส้นทางถนนราชดำเนิน รวมถึง หอประชุมกองทัพเรือ อาคารชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อาคาราชนาวิกสภา พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว โดยมี พระที่นั่งอนันตสมาคม ดังไฮไลท์ เพราะนี่คือสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ปวงชนชาวไทยยังจดจำได้ไม่รู้ลืมถึงภาพ ความประทับใจ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.49 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงออกมหาสมาคมพร้อมทรงแย้มพระสรวลและโบกพระหัถต์เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระ ราชินีที่ถือเป็นหนึ่งภาพแห่งความทรงจำของปวงชนชาวไทย

นอกจากนี้ทางด้าน สันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์ รองผู้ว่าการฝ่ายสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้เปิดเผยว่า ททท.ได้รวบรวมเส้นทางต่างๆที่พระราชอาคันตุกะของแต่ละประเทศ เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จประพาสเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยเพื่อจัดทำเป็น แพ็กเกจทัวร์ในประมาณช่วงเดือนกรกฎาคม

สำหรับเส้นทางตามรอยพระราชอาคันตุกะที่น่าสนใจและคาดว่าจะมีการจัดทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ก็มีการเที่ยวตามรอย เจ้าชายอัตเบิร์ตที่ 2 แห่งราชรัฐโมนาโก และอีกพระองค์หนึ่งคือสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเลโซโท ที่ได้เที่ยวชมวัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และการเสด็จเยี่มชม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ที่เป็นหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นการดำรงวิถีตามตามปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียง ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ส่วนที่กรุงเทพฯก็มีหลายจุดด้วยกัน อาทิ เส้นทางเที่ยวตามรอย เจ้า หญิงลัลลา ซัลมา เบนนานี ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ด ที่6 แห่งโมร็อคโก และแกรนด์ ดยุก อองรี เจ้าครองราชย์รัฐลักเซมเบิร์ก ที่ทั้ง 2 พระองค์ได้เสด็จไปทอดพระเนตรตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หรืออย่างเส้นทางล่องลำน้ำเจ้าพระยา ตามรอยเจ้าชายเฮนริก พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์ เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ได้เสด็จทอดพระเนตรความงามของสองฝั่งเจ้าพระยา

ในขณะที่ ภูเก็ต"ไข่มุกอันดามัน"นั้นก็นับเป็นหนึ่งในจังหวัดที่พระราชอาคันตุกะให้ความสนใจ โดยมีเส้นทางตามรอยสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งสเปนเที่ยวภูเก็ต และที่ขาดไม่ได้คือ การท่องเที่ยวตามรอยมกุฎราชกุมารแห่งภูฏาน เจ้าชาย จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เจ้า ชายรูปงามขวัญใจสาวไทยที่เสด็จไปยังเกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต ซึ่งถ้าหากเส้นทาง"ตามรอยพระราชอาคันตุกะ"คลอดออกมาจริงในเดือนกรกฎาคมนี้ เชื่อแน่ว่าจะเป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่จะได้รัยการตอบรับจากนักท่องเที่ยวไม่ มากก็น้อย

*************************************************
*************************************************

เส้น ทาง"ตามรอยเสด็จทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธี" จะมีในระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.-2 ก.ค. 49 วันละ 4 รอบ เวลา 09.00 น., 10.00 น., 13.00น. และ14.00น. มีเรือรอบละ 2 ลำ บัตรราคาท่านละ 299 บาท(ล่องเรือ)
เส้นทาง"ตามรอยราชอาคันตุกะ"จะมีในวันที่ 30 มิ.ย.49(วันเดียว) จำนวน 2 รอบ เวลา 09.00 น.และเวลา 09.30น.(นั่งรถปรับอากาศ)
ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองรายได้ททท. โทร.0-2250-5500 ต่อ2105,2115-9 หรือที่ Call Center โทร.1672