นอกจากนี้ ทรัพยากรธรรมชาติทั้งใต้น้ำและบนบกก็สมบูรณ์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่ใด สังเกตได้จากป่าโกงกาง แสม ลำพูน บริเวณเทือกเขากาโรส ที่ขึ้นกันอย่างหนาแน่นเขียวชอุ่มบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ ซึ่งในทริปนี้ ตะลอนเที่ยว ก็ได้ออกเรือเพื่อชมธรรมชาติที่รังสรรค์ไว้อย่างน่าชมและตามหาภาพเขียนสี โบราณ ที่เขาว่ากันว่าอยู่ตามถ้ำหรือผาหินต่างๆบริเวณเทือกเขากาโรส | ||||
เทือกเขากาโรส ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก เป็นส่วนหนึ่งของเขต อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ พวกเราลงเรือหางยาวแล่นลัดเลาะไปตามป่าโกงกาง แสม ลำพูน อันหนาแน่นสมบูรณ์ สลับกับภูเขาน้อยใหญ่ที่เป็นเขาหินปูนสวยงามด้วยหินงอกหินย้อนรูปร่างแปลกตา ตามแต่จินตนาการ เรือพาเรามาจนถึง ถ้ำลอด ซึ่งเราต้องลอดใต้เขาหิน หากน้ำขึ้นเราก็ไม่สามารถเข้าหรือออกจากบริเวณถ้ำลอดแห่งนี้ได้จึงเป็น เรื่องที่ชวนให้หวาดเสียวพอตัว เพราะช่วงเวลาที่พวกเราลอดนั้นพี่คนเรือบอกว่าน้ำกำลังขึ้น ทำให้ ตะลอนเที่ยว ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เกรงว่าถ้าน้ำขึ้นปิดทางเข้า-ออก เราคงได้ปีนเขาปีนผาออกมากันล่ะ | ||||
เมื่ออกมาจากถ้ำแล้ว พวกเรามุ่งหน้าไปตามหาภาพเขียนสีโบร่ำโบราณ ที่สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุอยู่ในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 3,000-5,000 ปี กลุ่มคนที่วาดอาจเป็นกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและดำรงชีพโดยใช้ ทรัพยากรทางทะเล | ||||
อั้นแน่ะ!!..เจอแว้ววว ภาพเขียนสีโบราณที่เขียนด้วยสีแดง ซึ่งดูรูปร่างแล้ว "ตะลอนเที่ยว" คิดว่าน่าจะคล้ายๆ กับสัตว์ แต่ก็เป็นที่ถกเถียงกันในเรือเพราะภาพเขียนนี้มีความเลือนรางคลุมเครือจึง เป็นภาพตามแต่จินตนาการของแต่ละคน ถัดไปไม่ไกล พวกเราก็เจอภาพเขียนสีอีกหนึ่งภาพ แต่ครั้งนี้เป็นภาพที่เหมือนเป็นการขีดๆเป็นเส้นตรงสั้นๆสองแถว บางคนในทีมของเราบอกว่าเหมือนตัวตะขาบ ซึ่งจะว่าคล้ายก็คล้ายอยู่เหมือนกัน หลังจากถกเถียงและถ่ายรูปเป็นที่พอใจแล้ว พี่คนเรือก็พาพวกเราไปหยุดอยู่ที่หน้าผาสูงใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่กลางเขามี ลักษณะเหมือนถ้ำลึกเข้าไปด้านใน | ||||
นับดาวบนผืนทรายที่ “เกาะห้อง” หลังจากที่พวกเราเบิ่งตาชมบรรยากาศสดใสของท้องทะเลอันกว้างใหญ่ และเกาะแก่งระหว่างทางได้ชั่วครู่ เรือพาพวกเรามาจอดดับเครื่องยัง เกาะห้อง หรือ เกาะเหลาบิเละ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำไมเกาะห้องแห่งนี้ถึงเป็นจุดเด่นของอุทยานฯ และจังหวัดกระบี่ เพราะน้ำที่ใส่ไล่เฉดสีจากเขียวอ่อนๆไปจนสีฟ้าคราม หาดทรายสีขาดสะอาดสะท้อนแสงอาทิตย์ดูโดดเด่น มีเกาะแก่งอยู่รายรอบอย่างเหมาะเจาะ บวกกับวันนี้ฟ้าเป็นสีฟ้าอย่างเป็นใจ | ||||
เกาะแห่งนี้จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทัวร์ต่างๆ จะต้องแวะเวียนมาโดยเฉพาะฝรั่งหัวทอง ที่นิยมนอนอาบแดดกันอยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่เห็นจะคล้ำขึ้นสักเท่าไร สู้ ตะลอนเที่ยว ไม่ได้ โดนแดดแป๊ปเดียวดำปี๋ ดำนานดำดีสีไม่ตกอีกด้วย ที่เกาะห้องด้านนอกนี้ นอกจากเป็นที่เล่นน้ำ ดำน้ำ อาบแดด ชั้นดีแล้ว ยังเหมาะสำหรับพายเรือแคนนูด้วย ส่วนบนฝั่งเป็นที่ทำการอุทยานฯ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอุดมอันสมบูรณ์ จนเมื่อ พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา เกาะห้อง ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งมีระบบนิเวศเขาหินปูน มีการรักษาสภาพธรรมชาติไว้อย่างดี เป็นที่น่าภูมิใจของชาวกระบี่จริงๆ | ||||
แต่นั้นคือสิ่งที่พวกเราต้องการ ขณะน้ำลงเรือพา ตะลอนเที่ยว และพลพรรคมาจอดลอยลำอยู่บริเวณช่องเขาที่เปรียบดั่งประตูเปิดเข้าสู่ภายใน ห้อง จากนั้นพวกเราก็ลงเดินลุยน้ำที่ลดระดับลงจนสามารถมองเห็นผืนทรายใต้น้ำได้ | ||||
บางคนอาจจะคุ้นกับการเรียก ดาวทะเล ว่า ปลาดาว แต่แท้จริงแล้วดาวทะเลไม่ใช่ปลา แต่เป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งที่มีตัวเป็นศูนย์กลางแล้วมีแขนยืดออกไปโดยรอบรวม ห้าแขน ทำให้มีรูปร่างเหมือนดาว และมีขาเป็นหลอดสั้นๆเรียงกันอยู่เป็นแถวที่ด้านใต้แขนทั้งห้า ส่วนแขนของดาวทะเลเมื่อถูกตัดขาดอาจงอกขึ้นใหม่ได้เช่นเดียวกับหางจิ้งจก และหากตัดดาวทะเลออกเป็นชิ้น แต่ละชิ้นก็จะงอกใหม่เป็นดาวทะเลเต็มตัวได้ด้วย ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ เมื่อตามหาดาวบนผืนทรายเจอแล้ว ก็ช่วยกันนับ นับ นับ ว่ามีดาวทะเลอยู่กี่ตัวกันแน่ ในที่สุดพวกเราก็ได้ผลลัพธ์ว่ามีดาวทะเลอยู่หลายตัวนั่นเอง ก็เป็นข้อสรุปที่ยอมรับได้อยู่เหมือนกันล่ะมั้ง | ||||
ท้องทะเลกระบี่ยังมีจุดดึงดูดอันทรงเสน่ห์อีกหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ "หมู่เกาะห้า" จุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ระหว่างทางก่อนจะถึงที่หมาย เรือพาเราผ่านเกาะแก่งน้อยใหญ่ รวมถึงเกาะไก่ ที่มีลักษณะเหมือนไก่กุ๊กกุ๊กสมชื่อ และแล้วเรือก็พาชาวคณะมาจอดลอยเท้งเต้งอยู่ในบริเวณหมู่เกาะห้า ที่บริเวณนี้เป็นจุดที่นักดำน้ำนิยมมาดำน้ำแบบ Freediving หรือการดำน้ำแบบตัวเปล่าไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ โดยนักดำน้ำจะใช้ลมหายใจเพียงเฮือกเดียวเพื่อสำรวจโลกใต้ท้องทะเล นักดำน้ำประเภทนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนและชำนาญเป็นอย่างมาก ฟังแล้วปลาซิวปลาสร้อยอย่างพวกเราก็ขอยอมแพ้หันมาใส่หน้ากาก Snorkeling ลงดำน้ำตื้นดีกว่าเพื่อความชัวร์ แต่พี่ๆบางคนที่มีภูมิก็ขออัพเกรดลงดำน้ำลึกแบบ Scuba กันอย่างเพลิดเพลิน | ||||
จากนั้นก็มาถึงยัง เกาะปอดะ เกาะหนึ่งในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ในเวลาที่พอดิบพอดี เพราะขณะนี้มีนักปีนผากำลังปีนผาหินด้วยมือเปล่า โดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ จากผาด้านล่างพวกเขาค่อยๆหาที่มั่นปีนขึ้นไปสูงขึ้นสูงขึ้น จนพวกเราทั้งลำเรือพากันลุ้นอย่างออกหน้าออกตา เมื่อปีนจนหมดทางไม่สามารถหาทางไปต่อได้ก็จะปล่อยตัวลงสู่น้ำด้านล่าง กิจกรรมชวนเสียวนี้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจพลพรรคเราเป็นอย่างมาก และแล้วงานเลี้ยงย่อมต้องมีวันเลิกลา การตะลอนเที่ยวท้องทะเลกระบี่ของ ตะลอนเที่ยว ในครั้งนี้ก็จบลงอย่างอิ่มหนำใจ แต่การท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ก็ควรมาเที่ยวให้ถูกที่ถูกเวลาของมันด้วย เพื่อความสวยงามแบบบาดใจจนยากจะลืมเลือน * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ช่วง นี้จังหวัดกระบี่ ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กระบี่ สมาคมโรงแรม จ.กระบี่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล ททท.สำนักงานกระบี่ จัดโครงการ “เที่ยวกระบี่บาดตา ราคาบาดใจ” โดย นำเสนอที่พักและรายการนำเที่ยวลดราคาพิเศษ 30-80% สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทร.0-7562-2138 หรือที่ ททท.สำนักงานกระบี่ โทร.0-7562-2163 |
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

0 Response to "งามหาดทราย สายน้ำใส เที่ยวบาดใจที่ “กระบี่”"
Post a Comment