ช่วงนี้หลายคนคงจะคุ้นหูกับท่อนฮุกของเพลง “อาเซียนรวมใจ” ที่ทางภาครัฐโหมโฆษณาผ่านสื่อกันอย่างถี่ยิบเป็นอย่างดี ต้องบอกว่าการที่ไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือ “อาเซียนซัมมิต” (ASEAN SUMMIT) ครั้งที่ 14 อีกครั้งในวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค. 52 นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการประกาศศักยภาพในหลายๆ ด้านของเมืองไทย (แต่ไม่รวมศักยภาพด้านลบอย่างการประท้วงของคนกลุ่มหนึ่งที่ค่อนข้างผิดกาละ เทศะ มาประท้วงในจังหวะเวลานี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไปทำไม?? ทำไปเพื่อใคร?? รู้แต่ว่าเมื่อทำแล้วไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในช่วงจัดประชุม อาเซียนซัมมิตเลย) | ||||
ชะอำ...เมืองเพชร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นอีกหนึ่งหัวเมืองอันเป็นที่พักตากอากาศสุดคลาสสิคของกลุ่มชนชั้นสูงในอดีต และเป็นเมืองตากอากาศที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน ชะอำ เริ่มมีความเจริญทางด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่ทางรถไฟสายใต้สร้างมาถึง กระทั่งในปี พ.ศ. 2464 พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพารในสมัยนั้นได้ออกสำรวจพื้นที่ชายทะเลที่ชะอำ ได้ทรงมาจับจองที่ดินชายทะเลตำบลชะอำ | ||||
ปัจจุบันชะอำเป็นอีกเมืองชายทะเลใกล้กรุงที่มีน่าสนใจไม่น้อยเลย ซึ่งหากมาชะอำหลายคนต้องเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องไป“หาดชะอำ” หาดทรายที่มีชื่อเสียงและมีกิจกรรมการท่องเที่ยวมากที่สุดของเมืองเพชรบุรี เนื่องจากมีหาดทรายขาดเด่นเป็นระยะทางยาวกว่า 7 กิโลเมตร จะมาเล่นน้ำทะเลให้คลายร้อน จะมานอนอาบแดด กินอาหารทะเลริมหาด หรือ ขี่ม้า เจ็ตสกี ปั่นจักรยาน ที่หาดชะอำมีพร้อมสรรพให้เลือก | ||||
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระราชวังแห่งความรักและความหวังของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ต.ห้วยทรายเหนือ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 216 เลยหาดชะอำมา 8 กิโลเมตร เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2466 พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระราชวังที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป เป็นหมู่พระที่นั่งไม้สักทองรองรับด้วยเสาคอนกรีต หลังคาทรงปั้นหยา มีระเบียงเป็นทางเดินเชื่อมต่อกันตลอด ประกอบด้วยพระที่นั่ง 3 องค์ คือ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ ที่สร้างไว้เพื่อเป็นที่ประชุมและจัดงานเลี้ยงรวมถึงการแสดงละคร พระที่นั่งพิศาลสาคร ใช้เป็นที่ประทับในรัชกาลที่ 6 และ พระที่นั่งสมุทรพิมาน ที่จะเรียกว่าเป็นกลุ่มอาคารสำหรับฝ่ายในก็ว่าได้ ใครอยากชมความวิจิตรของพระราชวังมฤคทายวันให้เห็นเหมือนเหล่าผู้นำอาเซียนก็ แวะไปได้ อีกที่หนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังมฤคทายวัน คือ “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร”เป็นศูนย์เรียนรู้ และเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ความรู้ และการฝึกอบรมระดับสากลด้านการอนุรักษ์พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายครบวงจร ตั้งอยู่ภายในบริเวณค่ายพระรามหกเช่นกัน นอกจากสถานที่ที่กล่าวมาแล้ว ใน อ.ชะอำ ยังมี ศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และวนอุทยานเขานางพันธุรัต เป็นอีก 2 จุดน่าสนใจที่รอคอยให้ผู้สนใจเข้าไปเที่ยวชมกัน | ||||
แม้วันเวลาจะผันผ่านมาร่วม 100 ปีแล้ว แต่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก็ยังคงความเป็นเมืองตากอากาศคลาสสิคอยู่ไม่เสื่อมคลาย หัวหิน เดิมที ชื่อ“บ้านสมอเรียง” (หรือบ้านแหลมหิน) เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ที่มีทัศนียภาพอันงดงาม | ||||
หมู่บ้านสมอเรียง ยุคนั้นเพียบพร้อมไปด้วยทิวทัศน์อันงดงาม ธรรมชาติอันพิสุทธิ์ อากาศอันสดชื่น และบรรยากาศอันสงบเงียบ ซึ่งหลังจากสร้างทางรถไฟชะอำ-หัวหิน เสร็จสิ้น หมู่บ้านนี้ได้ถูกบรรดา พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ พ่อค้า และผู้มีอันจะกินจับจองซื้อที่กันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บ้านสมอเรียงกลายเป็นสถานตากอากาศแห่งแรกของเมืองไทย | ||||
นับแต่นั้นมาชื่อของหัวหินก็ถือกำเนิดขึ้น และกลายเป็นชื่อของแหล่งท่องเที่ยวสุดคลาสสิคที่โด่งดังไปไกลมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับสถานที่คลาสสิคแห่งหัวหินนั้นก็มีหลายสิ่งด้วยกัน ซึ่ง “ตะลอนเที่ยว” ขอเริ่มด้วยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่าง “วังไกลกังวล” ที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์โปรดฯให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน แด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี | ||||
ความคลาสสิคอีกอย่างหนึ่งของหัวหินซึ่งเป็นดังเอกลักษณ์แห่งหัวหินก็คือ สถานีรถไฟหัวหิน อันเก่าแก่แต่สวยงามสุดคลาสิคยิ่งนัก สถานีรถไฟหัวหิน ยังคงรูปแบบอาคารไม้อันสวยงามอ่อนช้อยเอาไว้ แถมเป็นสถานีรถไฟที่สะอาดสะอ้าน มีระฆังใบเขื่องขัดเงามันวับ ในขณะที่ป้ายสถานีรถไฟหัวหินนั้นเล่าก็ดูสวยงามมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ จนรัฐบาลเลือกที่จะหยิบเอาป้ายสถานีรถไฟหัวหินไปย่อขนาดจำลองทำเป็นของที่ ระลึกในการประชุมอาเซียน ซัมมิทในครั้งนี้ ใกล้ๆกับตัวสถานีเป็นพลับพลาหลวง หรือพลับพลาสนามจันทร์ เป็นพลับพลาจัตุรมุขที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เดิมอยู่ในพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม ใช้เป็นที่เสด็จประทับทอดพระเนตรกองเสือป่าและลูกเสือทั่วประเทศที่ฝึกซ้อม ยุทธวิธีเป็นประจำทุกปี หลังจากสิ้นรัชสมัยของพระองค์ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้รื้อถอนนำมาสร้างใหม่ที่สถานีรถไฟหัวหิน และเรียกชื่อใหม่ว่า “พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ” | ||||
นอกจากชายหาดหัวหินแล้ว เมืองนี้ยังมีชายทะเลน่าเที่ยวชมอย่าง ชายหาดตะเกียบ ชายหาดสวนสน ชายหาดเขาเต่า เกาะสิงโต เป็นต้น | ||||
เสน่ห์หัวหินยังไม่หมดเท่านี้ ที่นี่ยังมีสีสันยามราตรีทั้งร้านรวง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวกระจายรายได้กันมากมาย โดยเฉพาะที่ตลาดโต้รุ่งหัวหินนี่มีทั้งอาหาร ขนม และสินค้าสารพัดสารให้เลือกจับจ่ายใช้สอยกันอย่างจุใจ ด้านใครที่ชอบบรรยากาศความเป็นธรรมชาติ ออกจากตัวเมืองหัวหินไปไม่ไกลก็มี น้ำตกป่าละอู อันสวยงามให้ชมกัน โดยใกล้ๆกันนั้นมีชุมชนห้วยสัตว์ใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนแห่งใหม่ที่เน้นในการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตวัฒนธรรม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักท่องเที่ยว ส่วนใครที่ชอบทัวร์ธรรมะ หัวหินก็มี หลวงพ่อนาค-วัดหัวหิน หลวงปู่คำ-วัดหนองแก ศาลเจ้าเขาด่าง ศาลเจ้าพ่อต้นหว้า ศาลเจ้าพ่อช่องตาหงส์ ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ ศาลเจ้าพ่อเสือ ศาลเจ้าเกตุ และวัดห้วยมงคล(ต.ทับใต้) วัดที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกให้สักการะบูชากัน | ||||
.................. สำหรับสิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ของเมืองชะอำและหัวหิน เมืองชายทะเลตากอากาศคลาสสิคที่ชื่อเสียงของทั้ง 2 เมือง จะถูกถ่ายทอดไปทั่วโลก เพื่อให้รู้ว่า เมืองไทยมีดี คนไทยมีดี ที่แม้ว่าบางครั้งความเลวร้ายของนักการเมืองบางคนจะทำให้บ้านนี้เมืองนี้ ลุ่มๆ ดอนๆ ไปบ้าง แต่สุดท้ายเมืองไทยก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้นให้ผ่านพ้นไปจนได้ | ||||
| ***************************************** การ เดินทางไปยัง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ทางที่สะดวกและใกล้ที่สุด คือ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และอำเภอปากท่อ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ไปจังหวัดเพชรบุรี รวมระยะทางประมาณ 123 กิโลเมตร หรือจากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐม ราชบุรี ไปยังเพชรบุรี เป็นระยะทาง 166 กิโลเมตร และมีรถไฟจากกรุงเทพฯ มีบริการรถไฟไปเพชรบุรีและอำเภอชะอำทุกวัน ส่วนการเดินทางไปยัง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี เข้าสู่ตัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในชะอำ และในเพชรบุรีได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี โทร.0-3247-1005-6 เส้นทางที่สอง ใช้เส้นทางสายเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านพุทธมณฑล นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี เข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง หรือสามารถเดินทางได้โดยรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ ถ.บรมราชชนนี และมีรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงมีบริการขบวนรถไฟสายใต้ผ่านหัวหิน ปราณบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ทุกวัน และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆใน หัวหินและในประจวบฯได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ โทร.0-3251-3885, 0-3251-3871, 0-3251-3854 |
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

0 Response to "เที่ยวเมืองตากอากาศสุดคลาสสิก “ชะอำ-หัวหิน” ถิ่นประชุมอาเซียนซัมมิต"
Post a Comment